Skip to content

บันทึกท่องเที่ยวไปกับสายการบิน Royal Brunei Airlines ของหนิง ศรัยฉัตร ตอนที่3 “เที่ยวบรูไนวันที่2”

May 12 2014
3,494 views

– Exploring Brunei Day 2 –

สวัสดีค่ะ
มาถึงวันที่ 2 และวันสุดท้ายของการท่องเที่ยวประเทศบรูไนค่ะ ล้อหมุน 9 โมงเช้า ทอมก็พาเราไปมัสยิด Jame’ ‘ASR Hassanil Bolkiah Mosque ค่ะ จริงๆก็ขับรถผ่านมาหลายรอบ เพราะเป็นสุเหร่าโดมทองที่โดดเด่นมากๆ คราวนี้ได้ไปถึงสถานที่จริงแค่จอดรถเตรียมเดินเข้าไปก็ตะลึงแล้วค่ะ ช่างสวยงามยิ่งใหญ่และสง่างามเหลือเกิน จนเราต้องขอถ่ายภาพให้หนำใจก่อน

On my second day, which is my last day in Brunei, we started at 9 am. Tom took us to Jame’ ‘ASR Hassanil Bolkiah Mosque. We passed the golden dome a few times before but this is our first actual visit.I was literally in awe of the magnificent grandeur of the mosque that I couldn’t get enough photos.
rb3__001

สำหรับความเป็นมาของสุเหร่าแห่งนี้ ถือเป็นสุเหร่าที่ใหญ่และศักด์สิทธิ์ที่สุดในบรูไน ซึ่งพระราชาธิบดี หรือสุลต่านองค์ปัจจุบัน ได้มอบให้เป็นของขวัญแก่ประชาชนชาวบรูไน เพื่อเข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาค่ะ เริ่มเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1994 แต่เดิมตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อฉลองการขึ้นครองราชย์ครบ 25 ปีของพระองค์ท่าน แต่เกิดการล่าช้าในการก่อสร้าง จึงสามารถเปิดได้ในปีที่ฉลอง แล้วเปิดอีก 2 ปีถัดมา

This is the largest mosque in Brunei. Open to the public in 1994, It was built to commemorate the 25th anniversary of the sultan’s reign. It was given to the people of Brunei by the sultan as a present and a place to perform religious ceremony.

ยิ่งใหญ่ขนาดไหน มาดูกันค่ะ สุเหร่าแห่งนี้มีโดมทองคำ 22 กะรัต ทั้งหมด 29 จุด, มีหอสูง 58 เมตร 4 ยอด, มีเสารั้วทองคำร้อมลอบสุเหร่า 29 เสาและมีขนาดพื้นที่ใหญ่พอจุคนที่จะมาสวดมนต์(ละหมาด) ได้ถึง 4,500 คน

This mosque has 29 golden domes encrusted with 22 karat gold, is 58 meters high, surrounded by a golden gate and 29 pillars. The mosque is big enough to fit up to 4500 people.

rb3_002

 

จึงก่อให้เกิดทางเดินทอดยาวเพื่อจุคนดินทางเข้ามา ภายใน โดมทางเดินนั้น มีที่วางรองเท้าให้กับทุกคน โดยทอมเล่าว่า แม้จะมีคนมาประกอบพิธีถึง 4,000กว่าคน ไม่เคยมีปัญหารองเท้าใครหาย เห็นมะ คนเขามีวินัย ซื่อสัตย์จริงๆ

There is a huge passage way to accommodate over 4000 people who travel here to pray and there’s also a place to keep their shoes. Can you believe that not once have any of the shoes been stolen. This just proves of how disciplined and trustworthy they are.
rb3_003

ก่อนเข้า พวกเราต้องถอดรองเท้ากันก่อน โดยเฉพาะหนิง ซึ่งเป็นผู้หญิงต้องสวมเสื้อคลุมสีดำเพื่อความสุภาพ ส่วนเด็กเข้าได้ไม่มีปัญหา มีป้ายติดชัดเจนห้ามถ่ายรูป หนิงก็เลยได้ถ่ายแค่ก่อนเข้าสุเหร่า ส่วนด้านใน หนิงหาภาพจากทางเน็ตมาให้ ยังไงก็ตาม ความงดงาม ตระการตา ไม่เท่าตาเห็นจริงๆค่ะ  บอกเลยว่าในบรรดาสถานที่ทั้งหมดที่ไปในบรูไน ที่นี่ คือที่สุดแห่งความยิ่งใหญ่!

Before entering, shoes must be removed. I had to cover myself with a black cloak. Picture taking is prohibited, so I could only take pictures before entering. I can honestly say that of all the places I have visited in Brunei this is by far the most majestic.

rb3_004

สังเกตุดูดีๆ จะเห็นน้ำพุด้านหลังภาพที่หนิงใส่ชุดดำ ซึ่งเป็นน้ำพุ 5 บ่อที่สะท้อนถึงคำสอนของศาสนาอิสลาม นอกจากนี้จะเห็นบันได้ขึ้นไปห้องสวด  มีทั้งหมด 29 ขั้น  ภายในสุเหร่าแห่งนี้มีแชนดาเลียทองคำ ทั้งหมด 29 อัน สงสัยไหมว่าหลายสิ่ง 29 เยอะจัง นั่นก็เพราะสุลต่านองค์ปัจจุบันนั้น เป็นสุลต่านองค์ที่29 นั่นเอง

Behind the picture of me wearing the black cloak, you will see the fountain that represents the Islamic ‘s doctrine and there are 29 stairs to second floor as well as 29 chandeliers all together to honor the 29th Sultan of Brunei.

rb3_005

ก่อนขึ้นบันได เราไปชมห้อง Purified หรือคล้ายห้องน้ำเพื่อชำระล้างตัวเองให้สะอาดก่อนสวดมนต์ มีแยกห้องหญิงห้องชาย พอขึ้นบันไดไป ก็จะแยกห้องสวดเป็นห้องหญิง ห้องชายเช่นกัน  การสวดมนต์นั้น สามารถจุคนได้เยอะมาก เพราะทุกคนจะต้องยืนตรงไหล่ชนกัน ก่อนจะนั่งสวด ไม่ใช่เพราะเพื่อการจุคนเยอะๆ แต่เป็นความเชื่อว่า ความชั่วร้ายจะแทรกซึมเข้ามาไม่ได้ หนิงอดถามไม่ได้ว่าองค์สุลต่านมักประทับสวดมนต์ที่สุเหร่าแห่งไหน ทอมบอกว่าพระองค์ท่าน ผลัดเวียนไปเกือบทุกสุเหร่า ไม่มีที่ใดเฉพาะ ฉะนั้นจะเป็นภาพคุ้นตาที่ประชาชนจะได้ร่วมสวดกับพระองค์ท่านเสมอ
We first had a look at the purified room which is pretty much like a bathroom where they sanitize themselves before praying. There are separate praying rooms for men and women. Before praying, they must stand shoulder to shoulder because it is their belief that by doing so no evil spirits can pass through. The sultan himself will pray amongst his people and will rotate to different mosques.

หนิงได้เข้าไปชมภายในห้องสวดของผู้ชาย โอ้โห สุดบรรยาย สวยงาม วิจิตรจริงๆ โดยเฉพาะแชนดาเลีย  ที่หนัก 3.5 ตัน  แอร์เย็นมาก เนื่องจากความเย็นจะช่วยรักษาสภาพของเฟอร์นิเจอร์ ไม้ พรม และหินอ่อนนั่นเอง ทอมเล่าว่า แชนดาเลียทุกตัวนำเข้าจากประเทศออสเตรีย จ้างคนญี่ปุ่นมาทำในส่วนของโมเสก  จ้างคนอิตาเลี่ยนมาทำส่วนพื้นหินอ่อน  ไม้ที่ประดับนำมาจากฟิลิปปินส์ การสร้างจ้างแรงงานคนไทย รวมถึงพรมทุกผืน สั่งทำจากประเทศไทยเราด้วย น่าภูมิใจนะคะ ที่ฝีมือคนไทยอย่างเราได้รับความไว้วางใจ
I was impressed by the splendor of the male praying room. It truly is indescribable. I couldn’t take my eyes off the enormous chandelier that weighed a whopping 3.5 tons. The air conditioner was turned on high to keep the furniture, wood, marble floor and carpet in its best condition. All of the chandeliers were imported from Austria. The mosaics were done by the Japanese. The marble floors were done by the Italians. The decorative woods were imported from the Philippines. Thai people were hired to do the labor and also the carpets were made in Thailand.  

rb3_028

[Credit Photo – http://spcastro.com/masjid-jameasr-hassanil-bolkiah/]

 

ระหว่างเดินชม ฟ้าครึ้มฝนมา ทอมบอกว่าเรารีบออกก่อนจะตกหนักดีกว่า แล้วเดี๋ยวบ่ายแก่ๆค่อยวนมาถ่ายรูปกันใหม่  บอกแล้วที่นี่เป็นประเทศเล็กๆ จะขับมาอีก 10 รอบก็เวลาเหลือเฟือค่ะ  หนิงเลยได้ถ่ายภาพตอนฟ้าใสให้ชมอีกรอบ
It was getting cloudy so we returned when the sky was clear to capture more stunning pictures.

rb3_006

จุดหมายต่อไปของเราคือ International Convention Centre เดิมไม่ได้อยู่ในแผน แต่เนื่องจากหนิงถามถึงพระมงกุฎขององค์สุลต่าน ทอมบอกว่าช่วงนี้มีนิทรรศการพิเศษ เกี่ยวกับองค์สุลต่านปัจจุบันกับพระบิดา (พระราชาธิบดีพระองค์ที่ 28 แห่งบรูไน) ทั้งสองพระองค์สร้างความเจริญให้กับบรูไนไว้มากมาย จึงทำให้ประชาชนรัก เทิดทูญ และจัดนิทรรศกาลเฉลิมพระเกียรติเสมอ ที่นี่ไม่เคร่งมาก ถ่ายภาพได้ เข้าไปก็จะได้ชมพระราชประวัติของทั้งสองพระองค์ มีทั้งภาพ และวีดีทัศน์

My next destination is International Convention Centre which displays the royal crown of the present Sultan of Brunei ( the 28th Sultan of Brunei) and showcases the royal exhibition of the Sultan and his daughter who are both deeply revered by the Bruneians.

rb3_009

rb3_010
ส่วนพระมงกุฎก็ตั้งเด่นสง่าอยู่กลางห้องค่ะ ทอมเล่าว่าพระมงกุฎมีน้ำหนักถึง 3 กิโลกรัม  ถึงขนาดว่าวันขึ้นครองราชย์ มีการเตรียมแท่นสำหรับรองรับคางขององค์สุลต่านไว้ แต่พระองค์ท่านก็ไม่ได้ใช้หรอกนะคะ

The royal crown, which weighs 3 kilograms, is stunningly situated in the middle of the room. On the sultan’s coronation day, a special podium was made just for the crown itself.
rb3_008

นอกจากนี้มีชุดฉลองพระองค์สำหรับงานอภิเษกสมรสให้ชมอีกด้วย
On display was the wedding gown worn at the royal wedding ceremony.

rb3_007
ก่อนกลับ ทางศูนย์นิทรรศการยังทำการมอบของที่ระลึกให้กับประชาชนที่มาชมทุกคน รวมถึงเราด้วย มีหนังสือพระราชประวัติ 2 เล่ม และเข็มกลัดพระฉายาลักษณ์ของทั้ง 2 พระองค์ ทอมบอกว่า เราโชคดีมาก เพราะปกติไม่ค่อยมีแจกค่ะ

All visitors of the exhibit were given a little souvenir. I received 2 books about the Sultans royal history and a brooch with a royal portrait of both the sultan and his daughter.
rb3_011

พอฝนเริ่มซา เราก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป ที่หนิงแอบรอคอย .. นานก็คือ หมู่บ้านน้ำ  กัมปงไอเยอร์ (Kampong Ayer, Water Village) ว่ากันว่าที่แห่งนี้ในอดีต คือหัวใจสำคัญของประเทศ เพราะเป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของชาวบรูไน เป็นชุมชนชาวน้ำอายุกว่า 100 ปี  เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ และปัจจุบันกลายเป็นจุดดึงดูดของนักท่องเที่ยวอย่างมาก

After the rain died down we head on over to Kampong Ayer Water Village. The district, over 100 yrs old, is a culturally important part of Brunei that preserves the nation’s river dwelling origins. It was historically the very core of Brunei and today has become a famous tourist attraction.

rb3_013

ทอมเตรียมเรือส่วนตัวให้เรานั่งข้ามฟากไปค่ะ หนิงเลยถือโอกาสแชะภาพทอมให้ดูกันด้วย ส่วนเบลล่าตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะได้นั่งเรือนี่แหละ  ใครมีบ้านอยู่ในนี้ ก็มักจะจอดรถไว้ที่ท่า และนั่งเรือกลับเข้าไปบ้าน ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงค่ะ
We crossed the river on our private boat. It took us less than 5 minutes. My daughter very much enjoyed the boat ride and I got a snap shot of our tour guide for you.
rb3_014
เราแวะศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวก่อน  พอเข้าไป ก็มีภาพประวัติของหมู่บ้าน รวมถึงตัวอย่างผลิตภัณท์พื้นเมืองที่ไว้ค้าขายมาให้ชม นักท่องเที่ยวเองก็สามารถหาซื้อได้ที่นี่ หรือจะซื้อที่ Arts&Handicrafts Centre ที่อยู่ใกล้ๆหมู่บ้านก็ได้ค่ะ ได้ความรู้มาว่าในอดีต 40 กว่าหมู่บ้านต่างผลิตผลิตภัณท์ท้องถิ่นที่แตกต่างกันไป แม้จะปัจจุบันจะมีการผลิดน้อยลง แต่องค์สุลต่านก็สนับสนุนให้เรียนทำฟรี เช่น การทำเครื่องทองเหลือง และเครื่องจักรสาน
The tourist center showcased the water village’s history including samples of the local arts and crafts. You can purchase it here or at the Arts&Handicrafts Centre which is near the water village. In the past, over 40 villages produced their own local produce. Although now adays the number has decreased, the Sultan still encourages and support the making of brass and wicker. Free classes are offered.
rb3_015

 

 

rb3_016
ไม่รอช้า เรารีบเดินสำรวจหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่า venice of the east ทันที ปัจจุบันมีประชาชนอาศัยอยู่ที่นี่ประมาณ 30,000กว่าคน บ้านแต่ละหลังมีทางเดินเป็นสะพานไม้เชื่อมแต่ละหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านก็มีโรงเรียน และสุเหร่าแยกกันไป
We couldn’t wait to explore the water village , dubbed venice of the east. In present day, there’s a population of about 30,000. Each houses, built on stilts have their own boardwalk that connects to every villages and each village have their own separate mosques and schools.
rb3_017

หนิงเห็นบางหลังยังคงเป็นบ้านไม้ บางหลังสร้างจากคอนกรีต เปลี่ยนไปตามความเจริญ และบางหลังเปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย  ส่วนเม่น้ำที่เห็นนี้ เด็กๆในย่านนี้ก็มีกิจกรรมยามว่างด้วยการลงไปว่ายน้ำด้วยนะคะ
There’s a mix of wooden and concrete houses. Some houses are made into shops, restaurants and home stays. Swimming in the river is a favorite past time for the kids in the area.

เราเดินลัดเลาะกันสนุกสนาน จนทอมพาเราเข้าบ้านหลังหนึ่ง เขาบอกว่า บริษัทเช่าไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยเฉพาะ เพราะบางคนอยากรู้ว่า ภายในบ้านแต่ละหลังเป็นอย่างไร ก็เหมือนบ้านทั่วไปนี่แหละ มีห้องรับแขก ห้องนอน ห้องครัว เพียงตั้งอยู่บนน้ำ
We had much fun strolling around until Tom took us to a house which looks very much like any other house but this particular one is rented out so that tourists can see the actual interior of a typical house which includes the a dining room, a bedroom and a kitchen .

rb3_018

มีหนึ่งห้องพิเศษที่จำลองการจัดตกแต่งวันแต่งงาน  ที่ผู้คนมักจัดกันที่บ้าน เขารอบคอบมาก มีที่คลุมศรีษะของผู้หญิง ที่เรียกกันว่า tudung หลากหลายสีให้ลองใส่ รวมทั้ง  songkok หมวกของผู้ชายที่มักใส่วันแต่งงาน จะเหลือเหรอคะ ชอบอยู่แล้วเรื่องแต่งตัวถ่ายรูป หนิงกับพี่โบ๊ตถือโอกาสจัดงานแต่งรอบสอง ฮา! แถมมีคุณลูกของลองใส่ด้วย หน้าแป้นเชียว!
There was one special room which was decorated as a prototype of a house wedding. They were very careful with the details including tudung which is a veil that the bride wears and the songkok the hat that the groom wears on their wedding day. My husband and I pretended as though we were renewing our vows and my daughter very much enjoyed picture taking.

rb3_019
หลังชมหมู่บ้านน้ำเสร็จ เราก็นั่งเรือกลับฟาก อาหารกลางวันของเราอยู่ที่ท่าน้ำเลย ชื่อร้าน Portview มื้อนี้อาหารจีนง่ายๆ ดูวิวหมู่บ้านน้ำไประหว่างประทานอาหาร ต้องขอบอกก่อนว่า ทริปนี้ของหนิงอาจจะไม่ค่อยจัดเต็มเรื่องการทาน เนื่องจาก บ้านเราไม่ค่อยนิยมทานกันเท่าไหร่ เน้นเที่ยวและช็อปมากกว่า แต่ก็พยายามเก็บเกี่ยวภาพทุกที่ที่ทานมาให้ชมนะคะ
After visiting the water village, we took the boat ride back to the port where lunch is waiting for us at Portview. As we had our Chinese lunch, we enjoyed the great view along the riverside.

rb3_020

มาถึงช่วงบ่าย เราได้ไปเดินชมมัสยิดที่ชื่อว่า Sultan Omar Ali Saifuddien Mosque มีโดมทองคำเหลืองอร่าม และเป็นหนึ่งในสุเหร่าที่สวยและทันสมัยที่สุด และตั้งชื่อตาม พระนามของสุลต่านบรูไนองค์ที่ 28 รอบๆสุเหร่ามีสระขุดกว้างใหญ่ ทำให้เห็นภาพสะท้อนสุเหร่าที่สวยสง่างามตลอดเวลา

In the late afternoon, we visited Sultan Omar Ali Saifuddien Mosque, one of the most beautiful and trendy mosques. The mosque has an incredible golden dome. The name of the mosque is derived from the 28th sultan and one can see the reflection of the mosque from the gigantic pool.

rb3_021

ในสระมีเรือจำลองตั้งเด่นสะดุดตา ทอมบอกว่าบนเรือมักใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีหรืองานสำคัญ  เราถ่ายสุเหร่านี้จากหลากหลายมุม เพราะสวยจริงๆ ว่ากันว่าขับรถไปไหนมาไหนในเมืองหลวง บันดาร์เสรีเบกาวัน ก็จะต้องเห็นโดมทองคำอันสง่างามนี้ค่ะ
One cannot miss the model of the ship that stands out from the pool. The ship is actually used as a venue to host important ceremonial rituals and events. It is so marvelous that we took so many pictures. The golden dome serves as a landmark as it can be easily spotted by those who drive by.  

rb3_022

rb3_023

rb3_029

[ Credit Photo – http://en.wikipedia.org/wiki/Omar_Ali_Saifuddien_III ]

ต่อจากนั้น ก็ถึงคิวช็อปปิ้งค่ะ เราไปเดินห้างที่มีชื่อว่า Yayasun ทอมเล่าว่าแต่ก่อนเป็นที่นิยมมาก แต่ช่วงหลังมีห้างขึ้นเยอะความนิยมอาจลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีคนเดินอยู่ มีส่วนของห้างสรรพสินค้า และมีส่วนของร้านเช่าที่ขายของที่ระลึก  และซุปเปอร์มาเก็ตด้วย ต้องบอกก่อนว่า ใครที่ตั้งใจมาช็อปปิ้งแบรนด์เนม อารมณ์แบบบ้านเรา หรือ ฮ่องกง สิงคโปร์ละก็ ผิดที่แล้วค่ะ ที่นี่เน้นขายของพื้นเมือง งานศิลปะทำมือเก๋ๆ ฉะนั้นใครที่จะมาเพื่อช็อปขอให้ทำใจ ประเทศนี้เขาเน้นท่องเที่ยวดื่มด่ำธรรมชาติและวัฒนธรรม หนิงเองก็เดินเล่นซะมากกว่า และเก็บภาพมาให้ชมกัน
After that, it’s time to go shopping at the once famous department store called Yayasun. Typically, there’s a mall, souvenir shops and a supermarket. You will be disappointed if you expect to shop for brand names. They mostly sell local arts, handicrafts and handmade crafts.  Therefore, instead of spending most of my time shopping, I spent my time immersing in the beautiful nature and rich culture. And I have the pictures to prove it.

rb3_024
เดินกันไม่นาน ก็เตรียมกลับโรงแรมพักผ่อนอีกนิด เก็บข้าวของเตรียมขึ้นเครื่องไปลอนดอนต่อ น่าเสียดายเวลามีน้อย  อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของบรูไน คือเที่ยวป่าท่องธรรมชาติ ชมนก ชมไม้  โดยเฉพาะที่เกาะบอร์เนียว ที่มี 3 ประเทศถือครองคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ บรูไนเพื่อล่องเรือไปชมลิงจมูกยาวอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของบรูไน เห็นได้จากมีตุ๊กตาลิงนี้ขายทั่วไป ค่ะ ใครโชคดีได้ตั๋วเครื่องบิน Royal Brunei Airlines ไป ก็ขอให้ได้มีโอกาสไปเที่ยวนะคะ
We strolled around for just a short while before heading back to the hotel to pack and catch our flight to London. Unfortunately, we didn’t have enough time to explore Brunei further. Another highlight is trekking, exploring nature and bird watching on Borneo Island which is under the ownership of 3 countries, Malaysia, Singapore and Brunei. You can take a boat ride to see the long nose chimp which is a significant symbol of Brunei.

 

rb3_025
เราได้เห็นสนามบินตอนฟ้าสว่างแล้วคะ ทันสมัยกว่าที่คิดไว้
เพราะกำลังปรับปรุงใหม่ บริเวณเช็คอินจึงมีแค่ร้านกาแฟ 1 แห่ง ร้านรวงอื่นๆยังสร้างไม่เสร็จ เรารีบผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อไปนั่งเลาจน์  ..จับจองอะไรเอ่ยยยย เก้าอี้นวด!! และทานอาหารนิดๆหน่อยๆ เพราะรู้ว่าจะเจออีกหลายมื้ออร่อยบนเครื่องที่เรารอคอย Dreamliner นั่นเอง (พิเศษอย่างไรไปอ่านตอนที่ 1 กันค่ะ) หนิงถ่ายรูปภายในสนามบินให้ชมกันอีกซักรอบ ย้ำ ไม่มี duty free นะคะ ฉะนั้นใครอยากช็อป ต้องซื้อตั้งแต่ขาออกที่เมืองไทยเรานี่แหละ
The airport in the morning definitely looks way more chic than I thought. It is still under renovation, therefore there was only one coffee shop open. We hurried through immigration to get to the lounge just to reserve the massage chairs. We didn’t eat much as we expect to be having a bigger meal on board the dreamliner. Once again there is no duty free therefore, do your shopping before you leave Thailand.

rb3_026
ขอจบตอน 2 ด้วยภาพถนน หนทาง บ้านเมือง ที่หนิงเก็บระหว่างนั่งรถไปเที่ยวที่ต่างๆค่ะ นี่แหละคือหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก สิ่งที่ทอมพูดย้ำเสมอคือ ประชาชนบ้านเขา รวยความสุข ซึ่งหนิงก็เห็นด้วย ว่าไปประเทศชาติร่ำรวยขนาดนี้ หนิงสัมผัสได้ถึงความเป็นอยู่ที่ติดดิน ธรรมดา รักศาสนา รักขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของตนเอง จนกลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทุกคนควรสัมผัส .. ไปเที่ยวกันค่ะ ประเทศบรูไน ..ถ้าวันนี้ใครบอกหนิงว่า บรูไนไม่เห็นมีอะไรเที่ยว .. หนิงจะรีบปฏิเสธทันที่ แล้วขอตอบกลับว่า บรูไน..น่าเที่ยวมากกว่าที่คิด
I will leave you some fabulous pictures that I took during my trip. Brunei is one of the richest countries in the world. Tom often reiterates the fact that the Bruneians are rich with happiness. I absolutely agree. Even though they are wealthy but at the same time they are also very humble, down to earth, and religiously devoted. I admire them for their love in their culture and tradition and I find their country very charming.

 

rb3_027
สำหรับตอนหน้า … เตรียมสนุกกับการไปเที่ยวในกรุงลอนดอนกันนะคะ และอย่าลืมติดตามอ่านทุกตอน ลุ้นรางวัลตั๋วเครื่องบิน Royal Brunei Airlines พรอ้มที่พักไปเที่ยวประเทศบรูไน 3วัน 2 คืนค่ะ
More fun awaits in London. So do stay tuned for my next post. There’s a holiday package( free air tickets and free hotel stay for 3 days and 2 nights) from Royal Brunei Airlines up for grabs so don’t forget to read all five posts.

ขอขอบคุณ สายการ Royal Brueni Airlines สำหรับประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งนี้ ดูรายละเอียดเที่ยวบินและการท่องเที่ยวประเทศบรูไนเพิ่มเติมที่

Thank-you Royal Brunei Airlines for this fabulous experience.
For flight details and information on the tourism of Brunei please log on to http://www.bruneitourism.travel

 

หนิง
ศรัยฉัตร กุญชรฯ จีระแพทย์

RBA

http://www.flyroyalbrunei.com

RBAinstagram

http://instagram.com/royalbruneiair

ติดตามอ่าน “บันทึกท่องเที่ยวไปกับสายการบิน Royal Brunei Airlines ของหนิง ศรัยฉัตร” ในตอนต่อๆไป เพื่อร่วมลุ้นตอบคำถามชิงรางวัล
ตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักไปบรูไน 3 วัน 2 คืนค่ะ
(*หมายเหตุว่า รางวัลนี้ไม่รวมค่าภาษีสนามบิน และเปลี่ยนเป็นเงินสดไม่ได้)

Comments